Rules

 

ธรรมนูญ

ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย    

 
หมวด 1   ชื่อและวัตถุประสงค์ 
 
ข้อ 1.  ชมรมหมายถึง ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
           มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Thailand CyclingClub”
           เรียกและเขียนชื่อย่อเป็นภาษาไทยว่า จสท.
           เรียกและเขียนชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “TCC”
           เครื่องหมายของชมรมเป็นรูป                         
           พร้อมคำขวัญคติพจน์ สองขาปั่น สองล้อหมุน เกื้อหนุนกัน สร้างสรรค์สังคม”       หรือ 
“Two legs pedalling, two wheelsrolling, support each other and make a better world.”
 
ข้อ 2.   สำนักงานใหญ่ของชมรมตั้งอยู่ เลขที่ 849/53 จุฬาซอย 6 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้งสาขาชมรม ทั้งในส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรม
 
ข้อ 3.   วัตถุประสงค์ของชมรมนี้คือ
(1)   ส่งเสริมการใช้จักรยานในทุกกิจกรรม อาทิเช่น เพื่อสุขภาพและพลานามัย การคมนาคม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสันทนาการอื่น ๆ เป็นต้น
(2) ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการใช้จักรยานทั่วประเทศ
(3) เป็นองค์กรประสานงานระหว่างผู้ใช้จักรยานทั่วประเทศและในระดับสากล
(4) อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
(5) ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์และสันติภาพของมวลมนุษย์ชาติ
 
หมวดที่ 2  สมาชิกภาพ สิทธิ และหน้าที่ 
 
ข้อ 4.   สมาชิกของชมรมมีสองประเภทได้แก่
           (1)    สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ คือผู้ที่ได้ทำงานมีผลงานอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติหรือเป็นผู้ให้การสนับสนุนเกื้อกูลกิจการของชมรม ซึ่งคณะกรรมการชมรมโดยคะแนนเสียงรับรองไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดพิจารณาเห็นสมควรให้เชิญเข้ามาเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
 
           (2) สมาชิกสามัญ คือสมาชิกผู้แสดงความประสงค์ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม โดยชำระค่าธรรมเนียม และ/หรือค่าบำรุง ตามระเบียบ และให้หมายความรวมถึงสมาชิกที่ชำระค่าธรรมเนียม และ/หรือค่าบำรุงสมาชิกเป็นรายปีหรือตลอดชีพ
 
ข้อ 5.    ผู้ประสงค์จะเป็นสมาชิกสามัญ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดต่อนายทะเบียนชมรม โดยมีคำรับรองจากสมาชิกสามัญอย่างน้อยหนึ่งคน ให้เลขานุการหรือนายทะเบียนชมรมเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครว่าครบถ้วนตามข้อกำหนด และไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียอันเป็นที่รังเกียจของสังคมและลงนามเสนอต่อประธานหรือรองประธานชมรมพิจารณาสั่งรับผู้นั้นเป็นสมาชิกของชมรมต่อไป ผู้สมัครเป็นสมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปี ปีละ 200 บาท หรือผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี ปีละ 80 บาท หรือประสงค์จะชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกตลอดชีพครั้งเดียว 2,000 บาท
 
ข้อ 6.     ผู้สมัครสมาชิกสามัญ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ที่มีจิตใจรักและชื่นชอบการขับขี่จักรยาน หรือสนับสนุนส่งเสริมการใช้จักรยานโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ หรือศาสนา
(2) เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย มีน้ำใจนักกีฬา และมีระเบียบวินัยที่ดี
(3) เป็นผู้มีสุขภาพ พลานามัย แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคที่สังคมรังเกียจ
(4) ไม่เป็นผู้มีประวัติเสื่อมเสีย ด่างพร้อย หรือเป็นอันตรายต่อการทำหรือร่วมกิจกรรมชมรม
(5) ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการชมรมลงมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ เว้นแต่จะครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ถูกลบชื่อและคณะกรรมการชมรมลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมด   ให้รับเข้าเป็นสมาขิกอีกได้
 
ข้อ 7.   สมาชิกสามัญมีสิทธิดังต่อไปนี้
(1) มีสิทธิประดับเครื่องหมายของชมรมในโอกาสอันควร
(2) มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี หรือการประชุมวิสามัญครั้งใด ๆ
(3) มีสิทธิเสนอความคิดเห็น คำแนะนำอันเกี่ยวแก่กิจกรรมของชมรมต่อคณะกรรมการ หรือต่อที่ประชุมสมาชิก
(4) มีสิทธิสอบถามการบริหารงานต่าง ๆ ของชมรม
(5) มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมโดยเสมอภาค เพื่อประโยชน์ในการกีฬา การออกกำลังกาย สันทนาการ การบันเทิง การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ กิจการเพื่อประโยชน์ของสังคม หรือเพื่อกิจการอื่นอันสมควรไม่เป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของชมรมและไม่เป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเกียรติภูมิของชมรม
(6) มีสิทธิเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งเป็นประธาน รองประธานชมรม และมีสิทธิอื่นอันเกิดจากการเป็นสมาชิกของชมรมโดยเท่าเทียมกัน
(7) มีสิทธิได้รับข้อมูล ข่าวสาร อันเป็นประโยชน์ที่ชมรมจัดทำเพื่อเผยแพร่
 
ข้อ 8.   สมาชิกกิตติมศักดิ์ มีสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธาน รองประธานหรือคณะกรรมการชมรม
 
ข้อ 9.   สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) เสียเงินค่าธรรมเนียมสมาชิก ยกเว้น สมาชิกกิตติมศักดิ์
(2) ปฏิบัติตามธรรมนูญ ข้อบังคับ ระเบียบ และมติที่ประชุมกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่สมาชิก
(3) ช่วยเหลือ สนับสนุน และเข้าร่วมกิจกรรมของชมรม
(4) สร้างสรรค์ความสมัครสมาน สามัคคี ในหมู่สมาชิก
(5) แลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล เรื่องราวที่เป็นประโยชน์แก่การใช้จักรยานในหมู่สมาชิก
(6) เผยแพร่อุดมการณ์และภาพพจน์อันดีของชมรม
 
ข้อ 10.   สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก หรือขาดส่งชำระค่าสมาชิกรายปีเกินกว่า 60 วัน
(3)คณะกรรมการชมรมลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากสมาชิกภาพ 
 
หมวดที่ 3   คณะกรรมการชมรม 
 
ข้อ 11.  ให้มีคณะกรรมการชมรมจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนและไม่เกินกว่าสิบห้าคน ประกอบด้วยประธานหนึ่งคน รองประธานไม่เกิน 3 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่สมาชิกเป็นผู้เลือกตั้ง ส่วนกรรมการอื่นที่เหลือให้ประธานและรองประธานประชุมพิจารณาแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ โดยประธานมีเสียงชี้ขาด และให้ประธานโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการชมรมแต่งตั้งกรรมการ เข้าดำรงตำแหน่งนายทะเบียน เหรัญญิก สาราณียกร ปฏิคม เลขานุการ หรือตำแหน่งอื่นๆตามที่เห็นสมควร ให้ประธานชมรมเป็นประธานที่ประชุม คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ตามที่ได้ตราไว้ในธรรมนูญนี้หรือตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการชมรม ให้รองประธานเป็นผู้ช่วยเหลือประธานตามที่ได้รับมอบหมาย หรือปฏิบัติหน้าที่แทนประธานในกรณีที่ประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ในกรณีที่ประธานพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประชุมมีมติแต่งตั้งรองประธานหรือกรรมการคนใดคนหนึ่งรักษาการแทนประธานโดยเร็ว และให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งประธานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประธานพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระของคณะกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึง 2เดือน คณะกรรมการอาจเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการที่ปรึกษาได้ตามที่เห็นสมควร
 
ข้อ12.   คณะกรรมการชมรมมีอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปในการบริหารควบคุมกิจการงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมติของที่ประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อประโยชน์แก่บรรดาสมาชิก
 
ข้อ 13.  คณะกรรมการชมรมมีอำนาจออกระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับในการบริหารกิจการงานต่างๆ ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ และธรรมนูญของชมรม
 
ข้อ 14.   ประธาน รองประธาน และคณะกรรมการชมรม มีวาระการดำรงตำแหน่งได้คราวละไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้งนอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธาน รองประธาน และกรรมการชมรมจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก 
(3) ขาดจากสมาชิกภาพ
(4) ขาดการประชุมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้ออก
(5) ที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากให้ออก
           ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระให้ประธานแต่งตั้งสมาชิกสามัญที่เห็นสมควรเข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้นั้น
 
ข้อ 15.   คณะกรรมการชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมกันอย่างน้อยสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการ หรือกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คนเข้าชื่อกันมีสิทธิร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการได้ และประธานชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมตามคำร้องขอนั้นภายใน 7  วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอดังกล่าว
 
ข้อ 16.  การประชุมคณะกรรมการชมรม ต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงถือเป็นองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เว้นแต่ที่ได้มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ 1 คะแนน กรณีมีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาด การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมคณะกรรมการให้ใช้วิธีชูมือเว้นแต่กรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน ร้องขอให้ลงคะแนนลับ 
 
หมวดที่ 4    การบริหารงานชมรม
 
ข้อ 17.   ประธานชมรมเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการบริหารงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แก่สมาชิก และเป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ
 
เลขาธิการชมรม เป็นเลขานุการคณะกรรมการโดยตำแหน่งมีหน้าที่ปฏิบัติงาน ตามที่ประธานและ/หรือ คณะกรรมการมอบหมาย และมีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสมาชิกของชมรม ตลอดจนมีหน้าที่จัดเตรียมการประชุมคณะกรรมการ หรือการประชุมใหญ่สมาชิกสามัญและวิสามัญ การจัดทำรายงาน การประชุมรายงานผลการดำเนินงานรายงานงบการเงิน รวบรวมจัดเก็บเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ และดูแลทรัพย์สินของชมรม
 
เหรัญญิก เป็นผู้รับผิดชอบด้านการเงิน การบัญชี ของชมรม โดยดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เป็นผู้รับผิดชอบการรับเงินและจ่ายเงินทุกประเภทรวมทั้งรับผิดชอบดูแลบัญชีเงินฝากของชมรมตามที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติเป็นคราวๆไป และให้มีหน้าที่จัดทำรายงานงบการเงินประจำไตรมาสเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการชมรมพิจารณาอนุมัติ
 
ปฏิคม เป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านสันทนาการ กิจกรรมการประชาสัมพันธ์ แบบพิธี ภาพลักษณ์ ในระหว่างสมาชิกหรือบุคคลภายนอกตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการชมรม และให้มีหน้าที่ประสานงานให้การสนับสนุนช่วยเหลือ หรือเป็นที่ปรึกษาแก่กิจกรรมต่าง ๆ ของชมรม
 
นายทะเบียน เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำและดูแลทะเบียนรายชื่อสมาชิกชมรมให้ถูกต้อง ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ จัดทำรายงานข้อมูลจำนวนสมาชิกให้ที่ประชุมคณะกรรมการชมรมพิจารณาทุกๆไตรมาส    ทะเบียนรายชื่อสมาชิกตลอดจนข้อมูลต่างๆของสมาชิกถือเป็นสาระสำคัญและเป็นความลับที่มิอาจเปิดเผยแก่บุคคลทั่วไปได้
 
สาราณียกร เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำเอกสารเผยแพร่ จดหมายข่าว ของชมรม รวมทั้งงานด้านวิชาการและ เทคโนโลยีอันเกี่ยวกับจักรยานและสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำ รวบรวม และเผยแพร่แก่สมาชิกและประชาชนที่สนใจ
 
ข้อ 18.   การทำนิติกรรมใดๆในนามของชมรม จะมีผลผูกพันชมรมได้ต่อเมื่อนิติกรรมนั้นๆ ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ ข้อกำหนดหรือมติของคณะกรรมการชมรม หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยประธานชมรมลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการคนใดคนหนึ่งของชมรม และประทับตราชมรมเป็นสำคัญ จดหมายติดต่อของชมรมให้ลงนามลายมือชื่อประธานหรือรองประธานคนหนึ่งคนใดตามที่ประธานมอบหมาย
 
ข้อ 19.  ประธานชมรมมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินชมรมในกิจการต่าง ๆ ได้ครั้งละไม่เกินสามหมื่นบาท หากเกินจำนวนสามหมื่นบาทจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการชมรม
 
ข้อ20. ให้คณะกรรมการชมรมตรวจสอบรับรองงบดุล และงบการเงิน นำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ให้ถือรอบปีการบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม เป็นประจำทุกๆ ปี
 
หมวดที่ 5    การประชุมใหญ่ 
 
ข้อ 21.  ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายใน 180 วันนับแต่วันสิ้นรอบปีทางบัญชีตามวัน เวลา และสถานที่ซึ่งคณะกรรมการชมรมจะเป็นผู้กำหนด การประชุมใหญ่ครั้งอื่นๆเรียกว่าการประชุมใหญ่วิสามัญจะกำหนดให้มีขึ้นเมื่อใดเป็นไปตามมติทีประชุมคณะกรรมการพิจารณาเห็นจำเป็นและเหมาะสม หรือมีสมาชิกชมรมจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 50 คนลงชื่อร้องขอโดยที่ประธานชมรมจะต้องดำเนินการจัดให้มีการประชุมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการร้องขอเช่นว่านั้น
 
ข้อ 22.   การประชุมใหญ่สามัญหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบถึงวัน เวลา และสถานที่ประชุม ตลอดจนส่งรายงานการประชุม รายงานฐานะการเงินโดยทางไปรษณีย์ หรือประกาศวัน เวลา และสถานที่ประชุมในจดหมายข่าวของชมรม ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน
 
ข้อ 23.  ก่อนเริ่มดำเนินการประชุมใหญ่ ให้มีการเลือกตั้งประธานที่ประชุมจากสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทุกคราวไป ซึ่งประธานที่ประชุมจะต้องไม่เป็นประธาน รองประธาน หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งของชมรม และให้ประธานที่ประชุมดำเนินการประชุมต่อไปจนเสร็จสิ้นให้เลขาธิการชมรมเป็นเลขานุการที่ประชุมใหญ่โดยตำแหน่งและให้มีหน้าที่เช่นเดียวกับที่กำหนดไว้สำหรับเลขาธิการคณะกรรมการชมรมด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่สมาชิกจะพิจารณาเห็นเป็นอย่างอื่น
 
ข้อ 24.   ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจดังต่อไปนี้
        (1)เลือกตั้งประธาน และรองประธานชมรม
        (2)รับรองผลการดำเนินงานประจำปี
        (3)อนุมัติงบดุล และรายงานฐานะทางการเงินของชมรมประจำปี
        (4)พิจารณาญัตติใด ๆ ที่คณะกรรมการชมรมนำเสนอ
        (5)พิจารณาความเห็นของสมาชิกที่ทำเป็นหนังสือยื่นไว้ต่อเลขานุการชมรม ก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า3 วัน เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าเป็นข้อมูลผูกพันที่คณะกรรมการชมรมจะต้องปฏิบัติตาม
 
ข้อ 25.  สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้คนละหนึ่งเสียง การออกเสียงลงคะแนนเป็นสิทธิเฉพาะตัวสมาชิกจะตั้งตัวแทนมิได้
 
ข้อ 26.   การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ให้ใช้วิธีชูมือ เว้นแต่สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงจำนวนเกินกว่าหนึ่งในสามร้องขอให้ลงคะแนนลับ
 
ข้อ 27.  การประชุมใหญ่สามัญ หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะสมบูรณ์ครบองค์ประชุมต่อเมื่อมีสมาชิกชมรมซึ่งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 50 คนถ้าการประชุมใหญ่ครั้งใด เมื่อเวลาล่วงไปแล้วเกินกว่าครึ่งชั่วโมงมีสมาชิกมาประชุมไม่ถึง 50 คน ประธานชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่เช่นนั้นอีกครั้งหนึ่ง ภายใน 30 วัน นับแต่วันประชุมใหญ่คราวก่อน การประชุมใหญ่ครั้งนี้ให้ถือว่าเป็นอันสมบูรณ์ แม้ว่าจะมีสมาชิกมาประชุมไม่ถึง 50 คนก็ตาม
 
ข้อ 28.    มติที่ประชุมใหญ่ ให้ถือตามเสียงมติข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาด
 
ข้อ 29.    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงธรรมนูญของชมรมข้อหนึ่งข้อใด หรือตราขึ้นใหม่ทั้งฉบับ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนและเข้าร่วมประชุม 
 
 ข้อ 30.  ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน    4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดในที่ประชุม อาจมีมติให้เลิกชมรมได้ 
เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมฯ ให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
                                                            
                  ธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี2547 และมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2547 เป็นต้นไป
 
 
 
ลงชื่อ.......................................................ประธานชมรม
(นายพิชิต     เอื้อสกุลเกียรติ)
 
ลงชื่อ.........................………………………….รองประธานชมรม
(นายมงคล        วิจะระณะ)
 
ลงชื่อ.......................…………………….…….รองประธานชมรม
(นางอัมพร      ลีอำนวยโชค)
 
  
หมายเหตุ
 
ธรรมนูญของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยฉบับแรกได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี2543 และมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2543 และผ่านการแก้ไขมาแล้วสามครั้งคือ
 
ครั้งที่ 1 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี2545   เมื่อวันที่ 16  มิถุนายน   2545
ครั้งที่ 2 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี2546   เมื่อวันที่   1  มิถุนายน   2546
ครั้งที่ 3 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2547  เมื่อวันที่  31  พฤษภาคม 2547

 


  

 

 

Custom Search